Make your own free website on Tripod.com

HATC M                                                    PhatCom Site

| หน้าหลัก |
เว็ปบอร์ด | สมุดเยี่ยม | CHATROOM | ส่ง E-Card | ผู้จัดทำ |

Wi - Fi คลื่นไร้สายปฏิวัติอนาคต

           เมื่อ... เจ้าหน้าที่ของ FCC ซึ่งแต่ละวันมีหน้าที่เฝ้าติดตามการเติบโตของโครงข่ายสื่อสาร เกิดนึกตระหนักในบัดดลว่าความเร้าใจของโทรศัพท์ในท้องถิ่น และโทรศัพท์ทางไกลที่มีมาแต่ดั้งเดิมนั้นถูกลดความสำคัญด้วยการปรากฎตัวที่ไม่มีใครนึกมาก่อนของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ในท้องถิ่น หรือที่เรียกฮิตติดปากว่า LAN ( Locai Area Network ) ซึ่งเป็นปรากฎการณ์ของอุตสาหกรรมพีซีที่สามารถเขย่าวงการสื่อสารโทรคมนาคมได้อีกไม่นานหลังจากนั้น หรือในทำนองเดียวกับการเข้ามาของเว็บบราวเซอร์ ซึ่งทำให้การคลิ้กเมาส์ส่งความรู้สึกเหมือนการเคลื่อนย้ายมวลสารไปปรากฎยังต่างสถานที่เลยทีเดียว

          อย่างไรก็ตาม คราวนี้ไม่ใช่สายส่งข้อมูลแต่เป็นอากาศระหว่างอุปกรณ์เหล่านั้นที่เปลี่ยนไป โดยในระยะสามปีที่ผ่านมาเทคโนโลยีไร้สายได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตมนุษย์ พร้อมทั้งอำนาจที่จะเปลี่ยนรูปเกมที่เคยเล่นอย่างสมบูรณ์แบบ มันเป็นวิธีที่ช่วยให้อินเทอร์เน็ตเหินเวหาได้โดยไม่ต้องขอใบอนุญาต หรือแม้กระทั่งการชำระค่าธรรมเนียม ซึ่งในโลกที่เราได้เพียงรอให้ผู้บริการโทรศัพท์มือถือนำทางไปสู่อนาคตนั้น พันธนาการที่รัดรึงคลื่นบนอากาศก็ค่อยๆ ถูกปลดปล่อยให้เป็นอิสระเหมือนสมัยพีซียุคแรก นั้นคือการปฏิวัติโดยคนธรรมดาด้วยพลังในการเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่าง

          เทคโนโลยีไร้สายที่กล่าวถึงข้างต้นนี้คือ Wi - Fi และเปรียบเสมือนระเบิดลูกแรกแห่งการปฏิวัติที่เรียกว่า ช่วงความถี่เปิดเสรีซึ่งจะขับเคลื่อนอินเทอร์เน็ตไปสู่ระยะถัดไปของการบุกเบิกอาณาจักรใหม่บนโลกนี้ เช่นเดียวกับอินเทอร์เน็ต Wi - Fi ถูกจำกัดขอบเขตให้วนเวียนอยู่ในเขาวงกตเทคโนโลยีอยู่นานหลายปีดีดัก ก่อนที่จะระเบิดเข้าสู่การใช้งานในวงกว้าง แทบพูดได้เต็มปากว่าไม่มีแห่งหนตำบลใดเลยที่ไม่รู้จัก Wi - Fi และผ่านไปสองปี มันก็กลายเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีทางอิเล็กทรอนิกส์ที่โตเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์แล้วเรียบร้อย

          แต่มนต์เสน่ห์ก็ยิ่งปรากฎชัดขึ้น เมื่อ Wi-Fi ได้กลายเป็นตัวแทนของกรรมวิธีปฏิบัติต่อคลื่นบนอากาศที่มีรากฐานต่างจากเดิมโดยสิ้นเชิง ซึ่งอาจนำไปสู่การปฏิวัตินโยบายการใช้ระบบสื่อสารไร้สายในอนาคต เช่นเดียวกับเทคโนโลยีช่วงความถี่เสรีอื่นๆ Wi-Fi คือหนทางการใช้ย่านความถี่ที่เหลือสำหรับผู้บริโภคโดยไม่ถูกควบคุมนั่นคือเรื่องจริงสำหรับระบบวิทยุ CB เช่นกัน แต่ Wi-Fi จะเหนือกว่าตรงที่เป็นดิจิตอล และความฉลาดพอที่จะหลบหลีกช่องทางสื่อสารที่แออัดได้ หลังจาก 100 ปีแห่งกฎข้องบังคับของภาครัฐที่ทึกทักว่าเทคโนโลยีไร้สายมีความเปราะบาง และได้ได้รับการปกป้องโดยการผูกขาดคลื่นความถี่เอาไว้ ( ส่งผลให้คลื่นความถี่กลายเป็นสินค้าราคาแพงในยุคข้อมูลข่าวสาร ) Wi-Fi ก็แสดงให้ประจักษ์ถึงความสามรถในการปกป้องตัวเองอย่างเต็มที่ เพราะเทคโนโลยีนี้ได้เปลี่ยนคลื่นบนอากาศให้คนทุกชนชั้นใช้ร่วมกันได้โดยปราศจากเหตุการณ์ประท้วงร้ายแรง พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจในวงการสื่อสารให้เฟื่องฟูได้อย่างไม่ยากนัก

          ในบรรดาผู้คลั่งไคล้เทคโนโลยีทั้งหลาย Wi-Fi ได้กลายเป็นเสน่ห์ดึงดูดใจ และเปรียบเสมือนหนังตัวอย่างของระบบอินเทอร์เน็ตแห่งอนาคต เนื่องจากเป็นระบบสื่อสารที่เปิดให้ใช้ได้เสรี ไม่มีกฎเกณฑ์ใดๆ บังคับ และไม่เสียค่าสัมปทานเหมือนที่เว็บเป็นอยู่ มันไม่จำกัดการใช้งานอยู่แค่กับบริษัทใหญ่ๆ ซึ่งไม่ว่าใครก็สามารถที่จะใช้ได้ และก็มีผู้ใช้ไปแล้วร่วมล้านคน

          อย่างไรก็ตาม คงไม่มีใครรู้สึกสะดุ้งสะเทือนกับเหตุการณ์ทั้งหมดนี้มากไปกว่าบรรดาผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือยักษ์ใหญ่ทั้งหลาย ซึ่งจ่ายเงินไปมหาศาลเพื่อแลกกับสิทธิในการใช้เคลื่อนความถี่แค่ไม่กี่ปีที่ผ่านมาหมาดๆ เพราะด้วยความสำเร็จของเทคโนโลยีโทรศัพท์ดิจิตอลที่เคยปรากฎ พวกเขาก็คาดหวังในสิ่งที่ยิ่งใหญ่รายถัดไปปรากฎในแนวทางเดียวกันบ้าง บริษัทต่างๆ ในสหรัฐฯ ถูกมองว่ากำลังไล่บี้บริษัทคู่แข่งฝั่งยุโรป ซึ่งคาดหวังว่าจะมีอำนาจปกครองยุคเทคโนโลยีอันยิ่งใหญ่ และเป็นที่รู้จักในนามของระบบเครือข่าย 3G ซึ่งเสนอคุณสมบัติทางมัลติมีเดียบนโทรศัพท์อัจฉริยะที่สามารถทำได้ทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ในขณะนี้ความฝันของ 3G ยังคงมืดมนอยู่ โดยคัวเทคโนโลยียังทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร และเม็ดเงินลงทุนกว่าร้อยพันล้านดอลลาร์ที่ผู้ให้บริการรายต่างๆ จ่ายเพื่อซื้อสิทธิในการใช้คลื่นความถี่นั้น ก็เริ่มที่จะส่อเค้าความผิดพลาดครั้งใหญ่แล้ว

          ทันใดนั้นเองผู้บริโภคตระหนักดีว่า ยังพอมีหนทางที่จะใช้อินเทอร์เน็ตไร้สายโดยไม่ต้องพึ่งบริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์เลย Wi-Fi ได้เข้ามา และทำให้สิ่งที่สัญญาไว้ได้ทันทีที่คุณแกะกล่อง แพ็กเกจ Wi-Fi ราคาถูกเริ่มวางโชว์ในห้างไอทีชั้นนำของสหรัฐฯ และขายได้ในปริมาณที่ไม่ธรรมดาเลยคือ 12 ล้านชุดเมื่อปีก่อน และกำลังจะเพิ่มเป็นสองเท่าในปีนี้

          สิ่งที่พิเศษเกี่ยวข้องกับยอดขายตรงนี้ ก็คือเป็นปรากฏการณ์ในระดับรากหญ้าอย่างแท้จริง โดยเกิดขึ้นในที่พักอาศัยเร็วกว่าในสำนักงาน เพราะบริษัทต่างๆ พากันกังวลในเรื่องความปลอดภัยของเครือข่าย ซึ่งข้อมูลที่เป็นความลับในรูปคลื่นอาจเล็ดรอดผ่านกำแพงอาคารออกไปสู่ท้องถนน ตรงข้ามกับผู้ใช้ตามบ้านที่ไม่ใส่ใจหับเรื่องนี้เท่าไหร่ ไม่ว่าใครที่มีการเชื่อมต่อบรอดแบนด์ ก็สามารถเสียบแอ็กเซสพอยนต์เข้ากับเคเบิลโมเด็มหรือกล่องดีเอสแอล ใส่การ์ดเข้าแลปทอปจากนั้นแล้วจะได้สุดยอดนิยามแห่งเทคโนโลยีอยู่ในมือทันที นั่นคือ อินเทอร์เน็ตทุกหนแห่งหรืออย่างน้อยที่สุดก็ทุกแห่งรอบๆ ตัวบ้านไม่ว่าจะรับชมสตรีมิ่งวีดีโอขณะนั่งโซฟา ท่องเว็บขณะนั่งเอนหลังบนเตียง ส่งอิเมล์จากสวนหลังบ้าน ทั้งหมดนี้ก็ทำได้ที่ความเร็วแค่พริบตา ถามว่ามีเทคโนโลยีอื่นสักกี่ตัวที่ให้อิสรภาพแก่ผู้ใช้ขณะนี้บ้าง

          ที่กล่าวมาเป็นแค่การเกริ่นนำเท่านั้น เราเริ่มจะเห็นความเคลื่อนไหวของ Wi-Fi ในระยะถัดไปคือการปรากฎตังของระบบโครงข่ายสาธารณะ ซึ่งสิ่งที่มีอยู่ในขณะนี้แล้วคือจุดให้บริการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต (Hot - spot ) ฟรีกระจายทั่วสหรัฐฯ กว่าพันแห่ง ในทุกสถานที่ ตั้งแต่ร้าน StaeBuck ท่าากาสยานเรื่อยไปจนถึงสวนสาธารณะ ส่วนรูปแบบอื่นก็เป็นระบบโครงข่ายเพื่อคนในชุมชน เช่น ผู้ที่พักอาศัยในอพาร์ตเมนต์ที่ปลูกติดๆ กันจะใช้ Wi-Fi แบ่งการเชื่อมต่อบรอดแบนด์ร่วมกัน ยิ่งกว่านั้น คนเดินถนนยังพลอยได้ใช้เน็ตฟรีจากคลื่นที่หลุดรอดจากบ้านหรือสำนักงานอีกด้วย และเนื่องจากอุปกรณ์ Wi-Fi มีราคาลดลงอย่างต่อเนื่อง คงใช้เวลาอีกไม่นานนักที่จุดให้บริการเชื่อมต่อจะกระจายหนาแน่นและเต็มพื้นที่เมืองในที่สุด

          ในปีข้างหน้า Wi-Fi จะกลายเป็นมาตรฐานสากล วึ่งพบได้ทุกหนทุกแห่งในโลกของอิเล็กทรอนิกส์ เทคโนดลยีนี้จะปรากฎอยู่ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป นับตั้งแต่วีดีโอเกมไปจนถึงเครื่องเล่นเกมพกพา ส่วนโทรศัพท์มือถือก็จะมีเทคโนโลยีนี้เช่นเดียวกับพีดีเอและกล้องถ่ายรูปดิจิตอลพีซีเกือบทุกเครื่องที่ซื้อในปีนี้หรือปีถัดๆ ไป เพียงแค่กดปุ่มเปิดเครื่องเท่านั้น ก็จะกลายเป็นศูนย์รวมระบบเครือข่ายไร้สายในทันที ตัวเลขผู้ใช้งานจะพุ่งสูงจนแตะระดับตลาดแมสอย่างแท้จริง กล่าวคือประมาณ 99 ล้านคนทั่วโลกจะมี Wi-Fi ใช้กันภายในปี 2549 ตามคำพยากรณ์ของบริษัทวิจัยตลาด Gartner

 

          ปัจจัยทั้งหมดนี้ ล้วนส่งผลถึงการกลับตาลปัตรของวงจรการรับเทคโนโลยีมาใช้ ที่แต่เดิมบริษัทใหญ่ๆ จะต้องวางโครงสร้างระบบสื่อสารพื้นฐานก่อนล่วงหน้าเพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคกระโจนเข้าสู่เทคโนโลยีตัวใหม่ (เหมือนกรณีโทรศัพท์มือถือ) แต่ Wi-Fi กลับกลายเป็นที่แพร่หลายด้านธรรมชาติของมันเอง โดยไม่ต้องรอให้ใครวางโครงสร้างพื้นฐานก่อน คำถามคือ เครือข่ายและบริการอะไรบ้างที่จะใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้ ? แทนที่จะสร้างก่อนแล้วรอลูกค้าเข้ามา บัดนี้คงต้องเปลี่ยนไปใช้สูตรว่าลูกค้าอยู่ที่นี่แล้วสร้างมันขึ้นมาเลย

          แต่จะสร้างอะไรหละ? นี่คือรูปแบบชีวิตสี่อย่างแรกที่ Wi-Fi จะเข้าไปมีบทบาทก่อนใครเพื่อน

          เล่นได้ทุกหนแห่ง ทุกวันนี้ ช่องว่างระหว่างประสบการณ์ที่ได้รับจากโทรศัพท์มือถือกับ Wi-Fi ช่างแตกต่างยิ่งนัก ในกรณีโทรศัพท์มือถือ ปกติมักจะถูกต้องที่คุณจะคิดว่าบริเวณที่ยืนอยู่มีสัญญาณ แต่หากเป็น Wi-Fi ก็เกือบจะถูกต้องทุกครั้งอีกเช่นกัน ที่คุณจะคิดว่าบริเวณที่คุณยืนอยู่ไม่มีสัญญาณเลย แม้กระทั่งในสถานที่ที่มีจุดให้บริการเห็นๆอยู่แล้ว (วิธีทดสอบอย่างง่าย คือเปิดเครื่องแลปทอปแล้วสั่งให้มัน " ดม " หาสัญญาณ ) ก็กลับไม่สามารถล็อกอินเข้าไปใช้ได้ เนื่องจากเป็นระบบโครงข่ายส่วนบุคคล หรือขององค์กรธุรกิจที่ต้องสมัครเป็นสมาชิกก่อน หรือแม้กระทั่งในสถานที่ที่ประกาศว่าให้บริการเชื่อมต่อฟรี เช่น โรงแรมหรือสนามบิน ก็มักมีแค่ห้องรับรองด้านหน้า หรือบริเวณประตูเข้าออกเท่านั้น

          หลายบริษัทกำลังพัฒนาพวงกุญแจ บัตร และเครื่องประดับประเภทตุ้งติ้งที่จะเรืองแสงได้ในย่านที่มีสัญญาณ Wi-Fi ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ( โยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าอุปกรณ์นั้นฉลาดพอที่จะเลือกบอกเฉพาะโครงข่ายที่ไม่คิดเงินได้ด้วย ) ทั้งนี้โทรศัพท์มือถือก็สามารถทำอย่างเดียวกันนี้ได้ แต่ตราบใดที่จุดให้บริการเชื่อมต่อยังไม่เป็นที่แพร่หลาย และข้อตกลงในเรื่องการโรมมิ่ง ( ความสามารถในการย้ายที่จากบริเวณให้บริการของแอ็กเซสพอยนต์ตัวหนึ่งไปยังอีกตัวหนึ่งโดยไม่สูญเสียการเชื่อมต่อข้อมูลที่ค้างอยู่ ) ระหว่างสถานที่ต่างๆ ยังไม่เข้าที่เข้าทาง การใช้ Wi-Fi ในที่สาธารณะก็จะยังเหมือนประสบการณ์ในอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ ที่คุณต้องวิ่งหาสัญญาณอย่างเหน็ดเหนื่อย มากกว่าประสบการณ์จากโทรศัพท์ ซึ่งสัญญาณจะคอยวิ่งหาคุณ บริษัทต่างๆ เช่น Boingo และ Cometa กำลังเล็งที่จะฝ่าฟันอุปสรรคตรงนี้ แต่ความท้าทายครั้งใหญ่ยังรออยู่ข้างหน้า โปรดจับตาดูให้ดีแล้วกัน

          ปลดสายในห้องนั่งเล่น สื่อดิจิตอลตั้งแต่เอ็มพีสามถึงดีวีดี ล้วนเข้าครอบงำชีวิตเรามากขึ้น แต่อุปกรณ์ที่เล่นในบ้านส่วนใหญ่กลับเป็นอะนาล็อกอยู่ นอกจากนี้ บรรดาผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างฝ่ายต่างก็มีมาตรฐานของตัวเองที่ไม่อาจพูดคุยระหว่างกัน และหากแม้พวกเขาทำได้ ก็มีผู้บริโภคจำนวนน้อยนิดเท่านั้น ที่จะยอมลากสายเคเบิลอ้อมใต้โซฟาในห้องให้เสียทัศนียภาพ

          Wi-Fi สามารถทำลายข้อติดขัดตรงนี้ และกลายเป็นสิ่งที่ผูกโยงเสียงเพลง วิดีโอ หรือแม้กระทั่งโทรศัพท์บ้านเข้าด้วยกับระบบอัตโนมัติ และไม่เปลืองแรง จากนั้นแนวคิดของเซิร์ฟเวอร์ให้บริการความบันเทิง ซึ่งบันทึกรายการโทรทัศน์ เก็บเพลงและวีดีโอ และรับชมบนจอภาพใดๆ ในบ้าน ก็จะได้รับความนิยมอย่างสูงทันทีที่ห้องนั่งเล่นกลายสภาพเป็นศูนย์รวมเครือข่ายสื่อดิจิตอล ยุคแห่งอินเทอร์เน็ตวีดีโอที่ฝันมานานก็มาถึงและส่งผลให้ความต้องการใช้บรอดแบนด์พุ่งกระฉูดในที่สุด

          

ใช้ Wi-Fi ข้ามไมล์ สุดท้าย... เมื่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เริ่มที่จะผลิตมาพร้อมคุณสมบัติไร้สายมากขึ้น ความต้องการใช้บรอดแบนด์ก็จะสูงขึ้นอย่างฉับพลัน เพื่อขับเคลื่อนระบบทั้งหมดให้วิ่งไปข้างหน้า แล้ว Wi-Fi สามารถใช้ทำอะไรได้อีก ? ในปัจจุบันการใช้บรอดแบนด์จากที่บ้าน ทางเลือกก็มีเพียงแค่สองทาง คือ การขอรับบริการจากบริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์ หรือไม่ก็จากบริษัทผู้ให้บริการเคเบิลเท่านั้น

          จุดให้บริการ Wi-Fi ต่างๆ ที่ติดอยู่บนเสาไฟข้างถนนหรือเสาโทรศัพท์ พร้อมเสาอากาศแบบเจาะจงทิศทาง (Directional Antenna ) สำหรับขยายระยะส่งสัญญาณ และหลีกเลี่ยงช่องสัญญาณที่ติดขัดนั้นสามารถเสนอบริการที่ดีเทียบเท่าหรือดีกว่าสายเคเบิลได้ และด้วยความเป็นเทคโนโลยีที่มีผู้ใช้กันอยู่ทั่วไป จึงทำให้เป็นทางเลือกที่ราคาถูกกว่าเทคโนโลยีอื่นมาก ยิ่งกว่านั้น Wi-Fi ยังประพฤติตัวเป็นสะพานเชื่อมโครงข่ายหลักของผู้ให้บริการส่งตรงถึงบ้าน (Last Mile ) โดยเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการใช้สายไฟเบอร์ออปติกอีกด้วย

          ผสานเป็นหนึ่งกับโทรศัพท์ ในที่สุดทันทีที่ Wi-Fi มีใช้ในบ้านเรือนและในที่สาธารณะอย่างแพร่หลาย การรวมตัวระหว่างสองเทคโนโลยีไร้สายก็จะเริ่มอุบัติขึ้น ทุกวันนี้ คงไม่แปลกแล้วถ้าจะพบลูกค้าที่ใช้ระบบไร้สายเต็มรูปแบบอย่างคนที่ใช้โทรศัพท์มือถือกับโทรศัพท์ไร้สายในบ้าน และโครงข่าย Wi-Fi สำหรับส่งข้อมูล อย่างไรก็ตามขณะที่อุปกรณ์เหล่านี้ บางตัวร่วมใช้ย่านความถี่เดียวกัน (โทรศัพท์ไร้สายและ Wi-Fi ทั้งคู่ใช้ย่าน 2.4 กับ 5 กิกะเฮิรตซ์ ) แต่กลับอ้างอิงมาตรฐานคนละตัว และไม่สามารถสื่อสารกันได้รู้เรื่อง

          การจับอุปกรณ์ให้คุยกันได้ทั้งหมดคงต้องใช้เวลาอีกสักระยะ ซึ่ง Wi-Fi โดยเฉพาะในยุคหลังๆ นี้คุณสมบัติในการส่งข้อมูลเสียง้ทียบเท่าโทรศัพท์มือถือทั่วไปและเนื่องจากข้อมูลสนทนาเดินทางผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตแทนที่จะผ่านโครงข่ายโทรศัพท์ ค่าใช้จ่ายก็จะถูกลง ในทำนองเดียวกันบริษัทหลายแห่งก็เตรียมที่จะบรรจุเทคโนโลยี Wi-Fi ลงในโทรศัพท์มือถือ ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้กดโทรออกผ่านอินเทอร์เน็ตได้เมื่ออยู่ในพื้นที่ให้บริการของ Wi-Fi ส่วนจินตนาการที่จะสานต่อจากแนวคิดนี้ก็คงเป็นอุปกรณ์เดี่ยวที่ใช้งานได้ตั้งแต่ในบ้านจรดท้องถนน ซึ่งสามารถตัดสินใจเลือกประเภทโครงข่ายที่ดีที่สุดในขณะนั้นด้วยตัวเอง

          วิสัยทัศน์ที่กล่าวมาข้างต้นแท้ๆ ที่ทำให้ผู้ให้บริการสื่อสารต้องทบทวนแผนการวางโครงข่าย 3G เสียใหม่ ในยุคที่ Wi-Fi สาดแสงต่อเศรษฐกิจอย่างแรงกล้า ยังเหลือหลายส่วนที่ยังรอการประกอบเข้าด้วยกัน ถึงอย่างไรก็ไม่ยากที่จะนึกถึงวันที่อินเทอร์เน็ตมีอยู่ทุกหนทุกแห่งอย่างแท้จริง มีที่ต่างกันก็แค่ระดับราคาที่ขึ้นอยู่กับต้นทุนของโครงข่ายพื้นฐานที่รองรับ เช่น คุณอาจจะใช้โทรศัพท์ฟรีในบ้านและสำนักงาน จ่ายถูกลงในเขตในกลางเมืองและปริมณฑล ใช้ฟรีอีกครั้งในร้านอาหารที่หาทางเพิ่มลูกค้าและค่อนข้างแพงบนทางด่วน ซึ่งโครงข่ายที่รองรับเหล่านั้นส่วนมากคือ Wi-Fi ที่มีปริมาณโทรศัพท์มือถือในตัวแต่ลูกค้าจ่ายถูกลงกว่าเดิม เฉกเช่นการโรมมิ่งแบบอะนาล็อกของโทรศัพท์ดิจิตอลในปัจจุบัน

          Wi-Fi เพิ่งมีอายุเพียงไม่กี่ปี จึงไม่น่าแปลกใจที่คุณสมบัติบางอย่างยังใช้งานได้ไม่ดีในแง่ปฏิบัติ และปัญหาต่างๆ ตั้งแต่เรื่องความปลอดภัยจนถึงสัญญาณรบกวนก็เป็นตัวฉุดรั้งให้เทคโนโลยีนี้ก้าวช้าลง แต่มันได้พิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพที่เติบโตได้ในอนาคต Wi-Fi จะสามารถเขย่าอุตสาหกรรมโทรศัพท์มือถือได้หรือไม่ ? เรายังไม่รู้ แต่ยุคทองของระบบไร้สายเพิ่งจะเริ่มต้น คงต้องให้เวลาเท่านั้นเป็นเครื่องพิสูจน์…

          

 


Counter By B@dCount Team
Mail to Webmaster
Webpage นี้สนับสนุนการแสดงผลที่ความละเอียด 1024x768 พิกเซล
Power's By Macromedia Dreamwaver 3.01 With Coursebuilder
ขอขอบคุณทุกท่านที่เยี่ยมชม PHATCOM